02.06.2026 06:11 AM
ควรให้ความสนใจอะไรในวันที่ 2 มิถุนายน? การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานสำหรับมือใหม่
การวิเคราะห์รายงานเศรษฐกิจมหภาค:
มีรายงานตัวเลขเศรษฐกิจมหภาคค่อนข้างน้อยที่มีกำหนดประกาศในวันอังคารที่ 2 มิถุนายน รายงานสำคัญฉบับหนึ่งคือข้อมูลเงินเฟ้อเดือนพฤษภาคมของยูโรโซน ซึ่งคาดว่าจะเร่งตัวขึ้นมาอยู่ที่ 3.2–3.4% ซึ่งจะเพิ่มโอกาสที่ European Central Bank จะดำเนินนโยบายการเงินแบบเข้มงวดมากขึ้น อย่างไรก็ดี ควรสังเกตว่าเงินเฟ้อของเยอรมนีชะลอลงจาก 2.9% เหลือ 2.6% ในเดือนพฤษภาคม ดังนั้นเงินเฟ้อโดยรวมของยุโรปอาจออกมาต่ำกว่าที่ตลาดคาดไว้ ในกรณีเช่นนี้ ค่าเงินยูโรอาจเผชิญแรงกดดันจากตลาด ด้านสหรัฐอเมริกาจะมีการประกาศรายงาน JOLTS เกี่ยวกับตำแหน่งงานที่เปิดรับ ซึ่งเป็นตัวชี้วัดทางอ้อมถึงภาวะตลาดแรงงานสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม ตลาดเกือบจะแน่นอนว่าจะรอการประกาศตัวเลข Nonfarm Payrolls และอัตราการว่างงานก่อนที่จะสรุปมุมมอง
การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน:
ท่ามกลางสุนทรพจน์ที่น่าจับตาในวันอังคาร จะมีทั้ง Neel Kashkari และ Beth Hammack จาก Federal Reserve รวมถึง Boris Vujcic จาก European Central Bank โดยธนาคารกลางเพียงแห่งเดียวที่อาจปรับเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมครั้งถัดไปคือ ECB อย่างไรก็ดี ขณะนี้ยังไม่มีความเชื่อมั่นต่อประเด็นนี้มากนัก เนื่องจากการขึ้นดอกเบี้ยจะสร้างแรงกดดันเพิ่มเติมต่อเศรษฐกิจยุโรป ซึ่งชะลอตัวอยู่แล้วจากการปรับตัวสูงขึ้นของราคาพลังงาน ดังนั้น แม้ถ้อยแถลงของตัวแทน ECB จะน่าสนใจ แต่ก็มีผลต่อค่าเงินยูโรไม่มากนัก เพราะตลาดยังคงให้ความสำคัญกับปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์เป็นหลัก
สถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ยิ่งน่ากังวลมากขึ้น เนื่องจากอิหร่านและสหรัฐฯ กลับเข้ามาใกล้ภาวะปะทะกันอีกครั้ง ท่ามกลางการเจรจาที่ไม่คืบหน้า การเจรจาระหว่างวอชิงตันและเตหะรานยังดำเนินต่อไป และตามคำกล่าวของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ระบุว่าการเจรจา “ประสบความสำเร็จมาก” อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการยืนยันถึงความสำเร็จด้านการทูตจากฝั่งอิหร่าน ทั้งสองฝ่ายละเมิดเงื่อนไขการหยุดยิงอยู่เป็นระยะ แต่ตัวข้อตกลงหยุดยิงเองก็ถูกขยายเวลาออกไปอีก 60 วัน สถานการณ์จึงทั้งตึงเครียดและเยือกเย็นไปพร้อมกัน
ข้อสรุปโดยรวม:
ในวันซื้อขายที่สองของสัปดาห์ คู่สกุลเงินทั้งสองคู่อาจเคลื่อนไหวค่อนข้างจำกัด หากไม่มีข่าวสารใหม่ ๆ เกี่ยวกับความขัดแย้งและการหยุดยิงในตะวันออกกลางตลอดทั้งวัน วันนี้สามารถเทรดยูโรได้ในกรอบ 1.1655-1.1666 ขณะที่เงินปอนด์อังกฤษสามารถเทรดได้ในกรอบ 1.3456-1.3476 ปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ยังคงเป็นตัวแปรหลักที่ส่งผลต่อตลาดเงินตรา
กฎพื้นฐานของระบบเทรด:
- ความแข็งแกร่งของสัญญาณประเมินจากระยะเวลาที่ใช้ในการเกิดสัญญาณ (ดีดกลับหรือเบรกเอาท์) ยิ่งใช้เวลาน้อย สัญญาณยิ่งแข็งแรง
- หากมีการเปิดออเดอร์สองครั้งขึ้นไปที่ระดับราคาเดียวกันจากสัญญาณหลอก สัญญาณถัดไปทั้งหมดจากระดับนั้นควรถูกละเลย
- ในภาวะตลาดแกว่งตัวแคบ (sideways/flat) คู่สกุลเงินใด ๆ อาจให้สัญญาณหลอกจำนวนมาก หรืออาจไม่มีสัญญาณเลย ระดับทางเทคนิคต่าง ๆ อาจถูกตลาดเพิกเฉย
- ในกรอบเวลา 1 ชั่วโมง สัญญาณเทรดจาก MACD ควรนำไปใช้เฉพาะเมื่อมีความผันผวนที่ดี และมีแนวโน้มที่ได้รับการยืนยันจากเส้นเทรนด์หรือช่องทางราคา
- หากมีสองระดับราคาที่อยู่ใกล้กันมาก (ห่างกัน 5 ถึง 20 pips) ให้พิจารณาว่าเป็นบริเวณแนวรับหรือแนวต้านเดียวกัน
- เมื่อราคาขยับไปในทิศทางที่ถูกต้อง 15 pips แล้ว ให้เลื่อน Stop Loss ขึ้นมาไว้ที่จุดคุ้มทุน (breakeven)
องค์ประกอบบนกราฟ:
ระดับราคา (หรือโซนราคา) ของแนวรับและแนวต้านเป็นเป้าหมายเมื่อเปิดสถานะซื้อหรือขาย และเป็นแหล่งกำเนิดของสัญญาณเทรด
เส้นสีแดงแสดงถึงช่องทางราคา (channel) หรือเส้นเทรนด์ ซึ่งบ่งบอกแนวโน้มปัจจุบันและทิศทางที่เหมาะสมสำหรับการเทรด
อินดิเคเตอร์ MACD (14,22,3) – ทั้งฮิสโทแกรมและเส้นสัญญาณ – เป็นอินดิเคเตอร์เสริมที่สามารถใช้เป็นแหล่งสัญญาณได้เช่นกัน
คำกล่าวสุนทรพจน์และรายงานสำคัญ (ที่ระบุอยู่ในปฏิทินข่าว) สามารถส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อการเคลื่อนไหวของคู่สกุลเงิน ดังนั้นในช่วงที่มีการประกาศข้อมูลเหล่านี้ ควรเทรดด้วยความระมัดระวังสูงสุด หรือพิจารณาออกจากตลาดเพื่อหลีกเลี่ยงการกลับทิศอย่างรุนแรงสวนทางกับทิศทางเดิม
ผู้เริ่มต้นเทรดในตลาดฟอเร็กซ์ควรจำไว้ว่าทุกรายการเทรดไม่จำเป็นต้องมีกำไร การพัฒนากลยุทธ์ที่ชัดเจนและการฝึกฝนด้านการบริหารเงินเป็นกุญแจสู่ความสำเร็จในระยะยาวของการเทรด
คุณได้กดชื่นชอบโพสต์นี้ในวันนี้แล้ว
*บทวิเคราะห์ในตลาดที่มีการโพสต์ตรงนี้ เพียงเพื่อทำให้คุณทราบถึงข้อมูล ไม่ได้เป็นการเจาะจงถึงขั้นตอนให้คุณทำการซื้อขายตาม
รับผลกำไรจากการเปลี่ยนแปลงอัตราสกุลเงินดิจิทัลกับ InstaForex.
ดาวน์โหลด MetaTrader 4 และเปิดการซื้อขายครั้งแรกของคุณ.